SATC

พิพิธภัณฑ์

โถงต้อนรับ

« »

พิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ

ความเป็นมา

       เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ.2533 คณะกรรมาธิการสวัสดิการสังคมและการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทยและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ประชุมพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ ขึ้นในอาคารสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เพื่ออนุรักษ์มรดกทางการกีฬาของประเทศไว้ให้เยาวชนและประชาชนได้ศึกษาค้น คว้าเกี่ยวกับ ประวัติ ความเป็นมาของการกีฬาของชาติ รวมทั้งเพื่อจัดตั้งเป็นหอเกียรติยศของอดีตนักกีฬาทีมชาติไทย ในการนี้ ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจดำเนินการโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ กีฬาแห่งชาติ (กกท.) ประกอบด้วย

       1. ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

       2. ผู้แทนสำนักงบประมาณ

       3. ผู้แทนคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยฯ

       4. ผู้แทนกรมศิลปากร

       5. ผู้แทนมหาวิทยาลัยศิลปากร

       6. ผู้แทนการกีฬาแห่งประเทศไทย

       และผู้ทรงคุณวุฒิอีกจำนวนหนึ่ง ทำหน้าที่ร่วมกันพิจารณาจัดทำโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ โดยแต่งตั้งเป็นคณะอนุกรรมการฝ่ายต่างๆดังนี้

       1. คณะอนุกรรมการอำนวยการ

       2. คณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์

       3. คณะอนุกรรมการจัดเตรียมสถานที่และครุภัณฑ์

       4. คณะอนุกรรมการพิจารณาวัตถุพิพิธภัณฑ์กีฬา

       คณะอนุกรรมการแต่ละฝ่ายได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยทันที โดยได้มีการสำรวจออกแบบอาคารสถานที่และบริเวณการจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์การ ขอรับบริจาควัตถุสิ่งของทางการกีฬาเพื่อนำไปจัดแสดง ในการนี้ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานเรือใบ 3 ลำ ให้จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์กีฬา ส่วนของบริจาคจากนักกีฬาและบุคคลในในวงการกีฬา กกท. ได้รับการทยอยบริจาคมาที่จัดว่าโดดเด่นอย่างหนึ่ง คือ เหรียญเงินในการแข่งขันโอลิมปิคเกมส์ ครั้งที่ ๒๓ ที่นครลอสแองเจอลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2527 จากนายทวี อัมพรมหา

       โดยที่คณะอนุกรรมการอำนวยการได้พิจารณาเห็นว่าโครงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ เป็นโครงการเร่งด่วนที่ต้องเตรียมการเพื่อให้แล้วเสร็จในช่วงเวลาเดียวกัน กับการก่อสร้างสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติเสร็จเรียบร้อย จึงได้เสนอให้การกีฬาแห่งประเทศไทยพิจารณาผนวกค่าใช้จ่ายของโครงการไว้ในคำ ขอตั้งงบประมาณประจำปีงบประมาณ 2534 ซึ่งเมื่อเริ่มต้นโครงการ ได้รับการอนุมัติวงเงินก่อหนี้ผูกพันโครงการ เป็นเงินทั้งสิ้น 18,932,000 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2534 ต่อมา เมื่อคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ได้มีมติเห็นชอบให้โครงการพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี การกีฬาแห่งประเทศไทยจึงได้รับอนุมัติให้ขยายวงเงินก่อหนี้ผูกพันโครงการ เพิ่มเติมเป็นเงิน 30 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ.2539 และต่อมาการกีฬาแห่งประเทศไทยได้รับอนุมัติให้เพิ่มเติมวงเงินก่อหนี้ผูกพัน โครงการอีกครั้งเป็นจำนวนเงินรวมทั้งสิ้น 47,901,500 บาท ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 29 กันยายน พ.ศ.2541 จึงทำให้การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติสำเร็จเรียบร้อยพร้อมที่จะเปิดให้ บริการแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

วัตถุประสงค์

       1. เพื่อเป็นการเผยแพร่ชื่อเสียง และเกียรติคุณของนักกีฬาและ ผู้ทำคุณประโยชน์แก่วงการ กีฬาไทย

        2. เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้ตระหนักถึงความสำคัญ และความเป็นมาของการกีฬา ทั้งระดับสากลและของชาติไทย

       3. เพื่อเป็นการอนุรักษ์มรดกทางการกีฬาของประเทศชาติ 

 

ระเบียบการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ 

       ให้ผู้ชมเข้าชมได้ตามอัธยาศัย หากผู้มาชมเป็นหมู่คณะ จะจัดเจ้าหน้าที่นำชมไปพร้อมกันทั้งคณะ แต่โปรดแจ้งให้งานพิพิธภัณฑ์กีฬาทราบล่วงหน้า 

 

ข้อห้ามเฉพาะภายในพิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ

       1. ห้ามถ่ายภาพ

       2. ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้า

       3. ห้ามนำอาหารหรือเครื่องดื่มเข้า

       4. ห้ามส่งเสียงหรือกระทำการรบกวนผู้อื่น 

       การนำเสนอแบ่งส่วนการจัดสิ่งแสดงและเผยแพร่ ออกเป็น 9 ห้อง จัดแสดงในรูปแบบของนิทรรศการถาวรประกอบด้วย

1. โถงต้อนรับ

       - ตราพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก

       - แผ่นศิลาชื่อพระราชทาน "ราชมังคลากีฬาสถาน"- ที่นั่งชมวิดีทัศน์

       - เคาน์เตอร์บริการผู้ชม

       - คอมพิวเตอร์เผยแพร่ข้อมูล ระบบสัมผัสจอภาพ

ที่ตั้ง.. 
"พิพิธภัณฑ์กีฬาแห่งชาติ” 
ตั้งอยู่ระหว่าง W4 และ W5 286 ถนนรามคำแหง แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 
โทรศัพท์ 0 2718 5913 – 4 โทรสาร 0 2319 8037 

 

การให้บริการ..

เปิดทำการ : วันจันทร์ - เสาร์ เวลา 08.30 -16.30 นาฬิกา

ปิดทำการ: วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์

การบริการ : ไม่เก็บค่าเข้าชม